“คาราวาน สร้างไทย77 จังหวัด ถึงนนทบุรี ล้อมวงคุยเรื่องปฏิรูประบบราชการ แนะเปลี่ยนวิธีคิด ยึด”ประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

ขบวนคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นายอนุศักดิ์ เรืองชู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยสร้างไทย นายอุดมเดช รัตนเสถียร รองประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ พรรคไทยสร้างไทย เดินทางต่อเนื่องถึงจังหวัดนนทบุรี ล้อมวงพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้นำท้องถิ่น ภาคธุรกิจ หาแนวทางการ ปฏิรูประบบราชการ กระจายอำนาจ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเทคโนโลยีบล็อกเชน เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการทำงาน
 
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าการปฏิรูปราชการ เป็นเรื่องด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ มีเป้าหมายให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง กำจัดระบอบอำนาจนิยม ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และต้องปรับรัฐราชการให้เป็นรัฐบริการประชาชน มุ่งสนับสนุนประชาชน มากกว่ากำกับควบคุม โดยเฉพาะระเบียบราชการ ข้อบังคับกฎหมายที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคขัดขวาง การทำมาหากินของประชาชน เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชน สามารถลุกขึ้นมาทำมาหากินได้เร็วที่สุด แข็งแรงที่สุด เปลี่ยนวิธีคิด จากบนลงล่าง ที่ผู้สั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง และพยายามตัดเสื้อโหลเพื่อทุกคน ทั้งที่บริบทของปัญหาแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
 
ที่สำคัญ ผู้นำทางการเมืองต้องกล้านำ ต้องมุ่งมั่นตั้งใจจริง ที่จะนำการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ทำร้ายข้าราชการ แต่ต้องเชิญชวนข้าราชการ มาร่วมกันปฏิรูประบบ เพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด
 
คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่า หลังการรัฐประหารปี 2557 รัฐราชการใหญ่ขึ้น รวมศูนย์อำนาจมากขึ้น และขณะนี้มีข้าราชการมากถึง 2 ล้านคน เงินเดือนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท จากงบบริหารประเทศ 3 ล้านล้าน จึงต้องปรับค่านิยมของ รัฐราชการ จากเป็นเจ้านาย ให้เป็นผู้สนับสนุน หรือผู้ให้บริการประชาชน ขณะเดียวกันเห็นว่าการมีกฎหมายที่ล้าสมัย รัฐที่ไม่ยืดหยุ่น ทำให้ข้าราชการส่วนใหญ่ ต้องเอาตัวรอด สร้างวัฒนธรรม “ไม่ทำไม่ผิด” ประกอบกับระบบอำนาจนิยมทำให้เกิดรัฐราชการรวมศูนย์ใหญ่เทอะทะ ไม่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบันที่ขับเคลื่อนบนพื้นฐานของประชาธิปไตย และเทคโนโลยี อย่างBlockchain ที่หัวใจอยู่ที่การกระจายศูนย์ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนตัวเล็กรวมทั้งเทคโนโลยี Blockchain จะเข้ามาช่วยสร้างความโปร่งใสมากขึ้น ไปพร้อมๆกับการ ปกป้องข้าราชการคนดี คนทำงาน ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทยจึงมุ่ง Empower เพิ่มพลัง ประชาชน และ Liberate คือการปลดปล่อยประชาชน จากรัฐราชการและกฎหมายที่กดทับประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็ก
 
ด้าน ดร.ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัล พรรคไทยสร้างไทย มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญในการปฏิรูประบบราชการ กรณีpaypal ชัดเจนว่ารัฐกำลังเป็นภาระต่อการทำมาหากิน ทั้งที่การสร้าง solution อำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการจัดการภาษีจดทะเบียนพาณิชย์ทำได้ไม่ยาก หากรัฐมีความตั้งใจทำเพื่อประชาชนจริง โดยเฉพาะกำลังสำคัญ ที่หารายได้เข้าประเทศขณะนี้กลับมุ่งแต่จะรีดภาษีไม่ช่วยสนับสนุนอะไรเลย
 
ดร.ธรรมธีร์ ระบุด้วยว่า ต้องสร้างรัฐแบบกระจายศูนย์ Decentralized ที่มุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน ลดภาระของประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส ทั้งในแง่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการพิจารณาใบอนุญาต ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องเปิดทางให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ตั้ง KPI ประเทศ ตั้ง KPI ข้าราชการ รวมถึงการพัฒนาทักษะข้าราชการและลดไซส์ตามประสิทธิภาพที่วัดผลได้ เทคโนโลยีกระจายศูนย์ราชการเพื่อประชาชน ต้องมีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพลดต้นทุน ลดภาระ ยุติธรรมไม่มี VIP โดยเชิญชวนทุกท่านมาร่วมส่งเสียงสร้างไทย ผ่านเทคโนโลยีบน บล็อกเชน ทั้งเสนอปัญหา แนวทางแก้ไขพร้อมติดตามกิจกรรมและผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวแทนประชาชนได้สัญญาไว้ ขณะเดียวกัน จะทำประชาพิจารณ์ในประเด็นที่สำคัญเช่นการออกแบบกฎหมายนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจสอบ การเลือกตั้งผ่านระบบดิจิตอลและบล็อกเชน
 
เช่นเดียวกับนายพิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ทีมไทยสร้างไทย ได้ให้ความเห็นว่า นนทบุรีมีศักยภาพที่จะใช้เทคโนโลยี blockchain ในการบริหารจัดการท้องถิ่น ซึ่งจะตอบโจทย์ “การกระจายอำนาจ” แน่นอนว่า รัฐส่วนกลางไม่มีทางรู้ปัญหาได้เท่ากับท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นไม่มีศักยภาพพอ ดังนั้น blockchain จะช่วยอุดข่องว่างในการรับฟังความเห็นว่าประชาชนต้องการอะไร และสามารถติดตามผลได้ อย่างเช่น โครงการกำจัดขยะ และการตัดถนนในชุมชน ปัญหาสังคม ปัญหาการจราจร ซึ่งนนทบุรีจะเป็นต้นแบบ ที่เริ่มทดลองเป็น ‘Sandbox’ หากสำเร็จจังหวัดอื่นที่มีบริบทคล้ายกันก็สามารถประยุกต์ใช้ตามกันได้
 
หลังการพูดคุย ยังมีผู้อาวุโสในจังหวัดนนทบุรี อาทิ นายดำรงค์ เก่งรุ่งเรืองชัย นายวีรศักดิ์ เชียรวัฒนาสุข ได้มอบเงินสนับสนุนพรรคไทยสร้างไทย ไปใช้ในการพัฒนาพรรคด้วย

Comments are closed.